รูปภาพ ถ่ายรูปหมู่กับเพื่อนๆพี่ๆใน Nextzy
โดย AeCaichang

จาก "คนทำงาน" สู่ "ครู" (ชั่วคราว): บทเรียน 1 ปีที่ไม่ได้มีแค่ในตำรา

  • #teacher
  • #tester
  • #career
  • #personal

ผมจบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ในสาขาสารสนเทศคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในสาย Software Tester ที่กรุงเทพ โดยผมทำงานที่กรุงเทพอยู่ประมาณ 3 ปี แล้วช่วงหลังๆ จากการเครียดจากงานและคิดถึงบ้าน ก็เลยกลับมายังจังหวัดลำพูน

แรกๆ ผมไม่รู้ว่าทำอะไรเลยหลังจากกลับบ้าน ช่วงนั้นงาน WFH ยังไม่มีเยอะเท่าปัจจุบันเลยด้วย การจะหางานในสายของ Software Tester หรือ QA ในต่างจังหวัดดูเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ซึ่งช่วงนั้นมีอนิเมะเรื่องหนึ่งเข้า Netflix พอดี ชื่อเรื่องว่า Assassination Classroom หลังจากดูตั้งแต่ตอนแรกจนตอนสุดท้าย มันเปิดโลกบางอย่างในใจของผมมาก ผมรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหล และเกิดแรงบันดาลใจว่า “อยากทำให้ชีวิตมีคุณค่า ด้วยการส่งต่อความรู้และประสบการณ์ที่มีให้ผู้อื่น” เหมือนอย่างตัวเอกในเรื่อง

รูปภาพจากอนิเมะเรื่อง Assassination Classroom

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมตัดสินใจยื่นใบสมัคร และได้เริ่มต้นชีวิตการสอนในระดับ ปวช./ปวส. เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563

เมื่อประสบการณ์จริงมาเจอกับห้องเรียน

ด้วยความที่ผมเคยเป็นคนทำงานมาก่อน ผมจึงตั้งปณิธานว่าสิ่งที่เราจะเอามาถ่ายทอดให้นักเรียนของเราต้อง “ไม่เก่า” และ “ใช้ได้จริง” ซึ่งผมก็จับตัวหลักการทำงานที่เราเคยได้ใช้ในการทำงาน รวมถึง Tools ต่างๆ มาสอนนักเรียนของเราเลย เช่น การใช้ Version Control (Git), การส่งงานผ่าน Cloud, วงจร SDLC

ซึ่งสิ่งพวกนี้มันน่าตกใจมาก ในโลกของผมมันเป็นเรื่องปกติที่เราต้องรู้ แต่ในโลกของนักเรียนมันเป็นอะไรแปลกใหม่ และยากมาก (ถ้าตามที่นักเรียนบอกผมมานะครับ ฮ่าๆ)

สิ่งต่อมาที่นอกจากสกิลและทักษะด้านไอทีแล้ว หน้าที่ของการเป็นครูที่สนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเป็นที่ปรึกษาให้นักเรียนทั้งวิธีคิด และปัญหาที่นักเรียนแต่ละคนต้องเจอ ซึ่งในหน้าที่ของเรา เป็นสิ่งที่เราจะไปตัดสินไม่ได้เลย

บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด: “การดูแลใจคน”

สิ่งที่ยากที่สุดในการเป็นครูไม่ใช่การถ่ายทอดเนื้อหา แต่คือการบริหารความรู้สึก ผมพยายามเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ให้เด็กๆ คุยได้ทุกเรื่อง เพราะเชื่อว่าทุกพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมาล้วนมีที่มาที่ไป

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจที่มากเกินไปก็เป็นดาบสองคม ผมยอมรับว่าในตอนนั้นผม “วางตัว” ไม่เก่งนัก ผมตามใจและใจอ่อนจนแบกปัญหาของเด็กมาเป็นปัญหาของตัวเอง จนกลายเป็นความเครียดสะสม สุดท้ายผมจึงตัดสินใจลาออกเพื่อกลับมาดูแลตัวเองและค้นหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่าในขณะนี้

ภาพบรรยากาศการเรียนรู้และการทำงานร่วมกับนักเรียน

บทส่งท้าย: ครูครั้งหนึ่ง… ครูตลอดไป

อาชีพครูเป็นงานที่ยาก กดดัน และเหนื่อยมาก แต่ในขณะเดียวกันก็น่าภาคภูมิใจอย่างที่สุด แม้วันนี้ผมจะไม่ได้ยืนหน้าชั้นเรียนแล้ว แต่สำหรับผม เด็กๆ ทุกคนยังเป็นลูกศิษย์เสมอ

รางวัลของผมไม่ใช่เกียรติยศ แต่คือการที่เห็นเด็กๆ นำสิ่งที่ผมสอนไปปรับใช้ได้จริง ทั้งในการทำงานและในชีวิต

“การได้พบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือโชคชะตา… ขอบคุณช่วงเวลา 1 ปีที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ความหมายของการเป็นผู้ให้ครับ”